เวลาอ่านข่าวโป๊กเกอร์ ดูการแข่งขัน หรืออ่าน Live Report
เรามักเจอคำอย่าง All-in, Bluff, Bubble, 3-Bet,
Range, ITM, GTD หรือ ICM อยู่ตลอด
แต่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น
หลายคำอาจฟังเหมือนเป็นอีกภาษาหนึ่ง
PokerToday จึงรวบรวม
ศัพท์โป๊กเกอร์ที่พบบ่อยและใช้กันจริง
พร้อมอธิบายเป็นภาษาไทยแบบตรงไปตรงมา
ตั้งแต่ศัพท์พื้นฐานบนโต๊ะ
ไปจนถึงคำที่ใช้ใน Tournament, Live Report
และการวิเคราะห์เกม
ก่อนเริ่ม: 8 คำพื้นฐานที่ควรรู้
ในคำอธิบายด้านล่างจะมีคำบางคำถูกใช้บ่อย
ถ้าเข้าใจ 8 คำนี้ก่อน
การอ่าน Glossary ที่เหลือจะง่ายขึ้นมาก
Suit — ดอกไพ่
หมายถึง ♠ โพดำ, ♥ โพแดง,
♦ ข้าวหลามตัด และ ♣ ดอกจิก
Rank — หน้าไพ่
หมายถึงค่าหรือหน้าไพ่ เช่น
A, K, Q, J, 10, 9, 8 เป็นต้น
Hole Cards — ไพ่ในมือ
ไพ่ส่วนตัวที่แจกให้ผู้เล่น
ใน Texas Hold’em จะได้รับคนละ 2 ใบ
Board — ไพ่กลางบนโต๊ะ
ไพ่ที่เปิดหงายตรงกลาง
และผู้เล่นทุกคนที่ยังอยู่ในแฮนด์สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้
Hand — ชุดไพ่หรือหนึ่งแฮนด์
อาจหมายถึงชุดไพ่ที่ผู้เล่นมี
หรือหนึ่งรอบการเล่นตั้งแต่แจกไพ่จนจบก็ได้
Stack — ชิปที่ผู้เล่นมี
จำนวนชิปที่ผู้เล่นยังมีอยู่ตรงหน้า
และสามารถนำมาใช้เล่นต่อได้
Pot — กองชิปกลาง
ชิปที่ผู้เล่นเดิมพันเข้ามาแล้ว
และจะถูกมอบให้ผู้ชนะของแฮนด์
Street — ช่วงของการเล่น
ใช้เรียกแต่ละช่วง เช่น
Preflop, Flop, Turn และ River
บทความนี้เน้นความหมายที่พบได้บ่อยใน
Texas Hold’em และ Tournament Poker
กติกาบางอย่างอาจแตกต่างกันตามรูปแบบเกม
หรือกติกาของแต่ละรายการ
#
3-Bet / Three-Bet
การ Raise ซ้ำหลังจากมีคน Raise มาก่อนแล้ว
หรือเรียกง่าย ๆ ว่า Re-raise ครั้งแรก
ตัวอย่าง: A Raise → B Raise กลับ
การ Raise ของ B เรียกว่า 3-Bet
4-Bet / Four-Bet
การ Raise กลับอีกครั้งหลังจากมี 3-Bet
ตัวอย่าง: A Raise → B 3-Bet →
A Raise กลับอีกครั้ง = A ทำ 4-Bet
A
Action
การตัดสินใจของผู้เล่นเมื่อถึงตาของตัวเอง
เช่น Check, Bet, Call, Raise หรือ Fold
คำว่า Action ยังใช้บอกได้ด้วยว่า
ตอนนี้ถึงตาของใครต้องเล่น
Add-on
การซื้อชิปเพิ่มใน Tournament บางรูปแบบ
ตามเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด
ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าผู้เล่นตกรอบก่อน
จึงจะสามารถ Add-on ได้
Aggressive
สไตล์การเล่นที่เน้นเป็นฝ่าย Bet หรือ Raise
มากกว่าการรอ Call หรือ Check
Aggressor
ผู้เล่นที่เป็นฝ่าย Bet หรือ Raise
และเป็นฝ่ายกดดันคู่แข่งในแฮนด์นั้น
เช่น ผู้เล่นที่ Raise ก่อน Flop
มักถูกเรียกว่า Preflop Aggressor
All-in
การนำชิปทั้งหมดที่ตัวเองเหลืออยู่
เข้าไปเดิมพันในแฮนด์นั้น
Ante
ชิปบังคับที่ใส่ลง Pot ก่อนเริ่มเล่นแฮนด์
นอกเหนือจาก Small Blind และ Big Blind
รูปแบบการเก็บ Ante
ขึ้นอยู่กับกติกาของแต่ละเกมหรือ Tournament
Average Stack
จำนวนชิปเฉลี่ยของผู้เล่นที่ยังเหลืออยู่ใน Tournament
คำนวณโดยนำชิปทั้งหมดที่ยังอยู่ในการแข่งขัน
หารด้วยจำนวนผู้เล่นที่เหลือ
B
Backdoor Draw
การลุ้นไพ่ที่ต้องได้ไพ่ช่วย
ทั้งบน Turn และ River จึงจะครบ
ตัวอย่าง: หลัง Flop มีโพดำเพียง 3 ใบรวมไพ่ในมือ
หากต้องการทำ Flush
จะต้องได้โพดำทั้ง Turn และ River
Bad Beat
สถานการณ์ที่ผู้เล่นซึ่งมีโอกาสชนะสูงมาก
กลับแพ้หลังคู่แข่งได้ไพ่ช่วยในช่วงท้าย
Bankroll
เงินทุนที่ผู้เล่นแยกไว้สำหรับการเล่นโป๊กเกอร์
Bet
การใส่ชิปเดิมพัน
ในรอบที่ยังไม่มีใคร Bet มาก่อน
Big Blind (BB)
ชิปบังคับที่ผู้เล่นตำแหน่ง Big Blind
ต้องวางก่อนเริ่มเล่นแฮนด์
Big Blind Ante (BBA)
รูปแบบ Ante ที่ให้ผู้เล่นตำแหน่ง Big Blind
เป็นผู้วาง Ante ของแฮนด์นั้น
แทนการเก็บ Ante จากผู้เล่นทุกคนทีละคน
Big Stack
ผู้เล่นที่มีชิปจำนวนมาก
เมื่อเทียบกับผู้เล่นคนอื่นบนโต๊ะหรือใน Tournament
Blind
ชิปบังคับที่ต้องวางก่อนแจกไพ่
ใน Texas Hold’em
ที่พบบ่อยคือ Small Blind และ Big Blind
Bluff
การ Bet หรือ Raise
ทั้งที่ไพ่ของตัวเองไม่ได้แข็งแรงมาก
โดยหวังให้คู่แข่งที่มีไพ่ดีกว่ายอม Fold
Bluff Catcher
ไพ่ที่ไม่ได้แข็งแรงพอจะชนะไพ่ดี ๆ
ที่คู่แข่งนำมา Bet เพื่อเอา Value
แต่ยังสามารถชนะได้หากคู่แข่งกำลัง Bluff
Board
ไพ่กลางที่เปิดหงายอยู่บนโต๊ะ
ตัวอย่าง: หาก Flop เปิด A♠ 9♦ 4♣
สามารถพูดว่า Board คือ A-9-4
Bounty
รางวัลที่ได้รับจากการส่งผู้เล่นคนอื่นตกรอบ
ใน Tournament ที่ใช้ระบบ Bounty
โดยทั่วไปเป็นรางวัลอีกส่วนหนึ่ง
นอกเหนือจากเงินรางวัลตามอันดับ
Bubble
ช่วงก่อนเข้าสู่อันดับที่ได้รับเงินรางวัล
ตัวอย่าง: หาก 100 อันดับได้เงินรางวัล
ผู้เล่นอันดับ 101 คือผู้เล่นที่ตกรอบตรง Bubble
Burn Card
ไพ่บนสุดของสำรับที่ Dealer แยกออกโดยไม่ใช้เล่น
ก่อนเปิด Flop, Turn หรือ River ในเกมสด
เป็นขั้นตอนหนึ่งของการแจกไพ่
เพื่อช่วยรักษาความถูกต้องของเกม
Button (BTN)
ตัวหมากที่ใช้บอกตำแหน่ง Dealer ของแฮนด์นั้น
และใช้เป็นจุดอ้างอิงในการกำหนดตำแหน่งต่าง ๆ บนโต๊ะ
ใน Poker Room ที่มี Dealer ประจำ
คนที่อยู่ตำแหน่ง Button ไม่ได้เป็นคนแจกไพ่จริง
Buy-in
ค่าเข้าร่วมเกมหรือการแข่งขันตามที่กำหนด
ใน Tournament บางรายการ
หน้าโครงสร้างอาจแยกส่วนที่เข้าสู่เงินรางวัล
และค่าธรรมเนียมออกจากกัน
C
Call
การใส่ชิปให้เท่ากับจำนวนเดิมพันปัจจุบัน
เพื่อเล่นแฮนด์นั้นต่อ
Cash Game
เกมที่ชิปมีมูลค่าเป็นเงินจริงตามจำนวนบนโต๊ะ
ต่างจาก Tournament
ที่ใช้ Tournament Chips
และแข่งขันเพื่อจัดอันดับผู้เล่น
Check
การไม่ Bet เพิ่ม
แต่ยังอยู่ในแฮนด์ต่อ
ทำได้เมื่อยังไม่มีเดิมพัน
ที่ผู้เล่นจำเป็นต้อง Call ในรอบนั้น
Check-Raise
การ Check ก่อน
แล้วเมื่อคู่แข่ง Bet จึง Raise กลับ
ภายในรอบการเดิมพันเดียวกัน
Chip Count
จำนวนชิปที่ผู้เล่นมีอยู่
ณ เวลาที่มีการบันทึกข้อมูล
คำนี้พบได้บ่อยใน Live Report
และรายงานผล Tournament
Chip Leader
ผู้เล่นที่มีชิปมากที่สุดใน Tournament
ณ ช่วงเวลานั้น
Community Cards
ไพ่กลางที่เปิดหงายบนโต๊ะ
และผู้เล่นทุกคนที่ยังอยู่ในแฮนด์สามารถใช้ร่วมกันได้
ใน Texas Hold’em
มี Community Cards สูงสุด 5 ใบ
Continuation Bet (C-Bet)
การที่ผู้เล่นซึ่งเป็นฝ่าย Raise หรือ Bet ก่อนหน้า
ยังคง Bet ต่อในรอบถัดมา
ตัวอย่างที่พบบ่อย:
Raise ก่อน Flop แล้ว Bet ต่อเมื่อ Flop เปิด
Cooler
สถานการณ์ที่ผู้เล่นสองฝ่าย
ถือไพ่ที่แข็งแรงมากพร้อมกัน
จนหลีกเลี่ยงการเสีย Pot ใหญ่ได้ยาก
เช่น Set ใหญ่ชน Set เล็ก
ใน Board ที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีไพ่แข็งแรงมาก
Cutoff (CO)
ตำแหน่งที่อยู่ทางขวาของ Button
หนึ่งที่นั่ง
D
Dealer
ผู้ทำหน้าที่แจกไพ่
ดูแล Pot และควบคุมลำดับการเล่นบนโต๊ะ
Donk Bet
การที่ผู้เล่นซึ่งเป็นฝ่าย Call ในรอบก่อนหน้า
กลับเป็นฝ่าย Bet นำ
ก่อนผู้เล่นที่เคยเป็นฝ่าย Raise หรือ Bet
เช่น A Raise ก่อน Flop, B Call
จากนั้น Flop เปิดแล้ว B เป็นฝ่าย Bet นำใส่ A
Double Up
การชนะ Pot ที่ทำให้ Stack ของผู้เล่น
เพิ่มขึ้นใกล้เคียงสองเท่า
มักใช้กับสถานการณ์ All-in
ที่ทั้งสองฝ่ายมีชิปใกล้เคียงกัน
Draw
ไพ่ที่ตอนนี้ยังไม่ครบเป็น Hand ที่ต้องการ
แต่มีโอกาสพัฒนาได้
หากไพ่ใบถัดไปออกมาตรงกับที่ลุ้น
เช่น Flush Draw หรือ Straight Draw
Drawing Dead
สถานการณ์ที่ไม่ว่าไพ่ที่เหลือจะออกอะไร
ผู้เล่นก็ไม่มีทางทำไพ่ให้ชนะคู่แข่งได้แล้ว
E
Effective Stack
จำนวนชิปสูงสุดที่ผู้เล่นสองคน
สามารถเสียให้กันได้ในแฮนด์นั้น
ดูจาก Stack ของฝ่ายที่มีชิปน้อยกว่า
A มี 100 BB และ B มี 40 BB
Effective Stack ระหว่างสองคนคือ 40 BB
Entry / Entries
หนึ่ง Entry หมายถึงหนึ่งครั้งที่เข้าร่วม Tournament
หากรายการเปิด Re-entry
ผู้เล่นคนเดิมสามารถมีมากกว่าหนึ่ง Entry ได้
ดังนั้น 1,000 Entries
ไม่ได้หมายความว่ามีผู้เล่นไม่ซ้ำกัน 1,000 คนเสมอไป
Equity
สัดส่วนของ Pot
ที่ไพ่ของเราคาดว่าจะได้รับโดยเฉลี่ย
หากเล่นสถานการณ์นั้นจนจบ
พูดให้ง่ายคือ
ใช้บอกว่าไพ่ของเรามีส่วนได้เปรียบ
หรือมีโอกาสได้รับ Pot มากแค่ไหน
โดยรวมกรณีเสมอด้วย
Expected Value (EV)
ค่าคาดหวังของการตัดสินใจในระยะยาว
หากการตัดสินใจหนึ่งเป็น +EV
หมายถึงเมื่อเจอสถานการณ์แบบเดิมซ้ำจำนวนมาก
การตัดสินใจนั้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวก
F
Field
กลุ่มผู้เล่นหรือกลุ่มผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด
ใน Tournament นั้น
มักใช้บอกว่ารายการมีผู้เล่นมากน้อยเพียงใด
หรือระดับความแข็งของคู่แข่งโดยรวม
Final Day
วันสุดท้ายของ Tournament ตามตารางการแข่งขัน
Final Day อาจเริ่มต้นด้วยผู้เล่นหลายโต๊ะ
จึงไม่ได้หมายถึง Final Table
Final Table (FT)
โต๊ะสุดท้ายของ Tournament
หลังจำนวนผู้เล่นลดลงจนสามารถรวมเป็นโต๊ะเดียว
ตามโครงสร้างของรายการ
Flight
รอบเริ่มต้นแยกกันของ Tournament เดียวกัน
เช่น Day 1A, Day 1B และ Day 1C
ก่อนผู้ผ่านจากแต่ละ Flight
จะไปรวมกันในรอบถัดไป
Flop
ไพ่กลาง 3 ใบแรก
ที่เปิดพร้อมกันใน Texas Hold’em
Flush
ไพ่ 5 ใบที่เป็น
ดอกเดียวกัน
เช่น มีโพดำ ♠ ครบ 5 ใบ
หน้าไพ่ไม่จำเป็นต้องเรียงต่อกัน
Fold
การทิ้งไพ่และออกจากแฮนด์นั้น
เมื่อ Fold แล้ว
ผู้เล่นจะไม่มีสิทธิ์ชนะ Pot ของแฮนด์นั้นต่อ
Freeroll
Tournament ที่ไม่มีค่า Buy-in เริ่มต้น
บางรายการอาจยังมีเงื่อนไขอื่น
เช่น การผ่านสิทธิ์, Rebuy หรือ Add-on
Freezeout
Tournament ที่เมื่อตกรอบแล้ว
ไม่สามารถซื้อสิทธิ์กลับเข้ามาเล่นใหม่ได้
Full House
ไพ่ 5 ใบที่ประกอบด้วย
ตองหนึ่งชุดและคู่หนึ่งชุด
ตัวอย่าง: A-A-A-K-K
G
GTO — Game Theory Optimal
แนวคิดการวาง Strategy
โดยอาศัยหลัก Game Theory
เพื่อสร้างรูปแบบการเล่น
ที่คู่แข่งหาจุดมา Exploit ได้ยาก
GTD — Guaranteed
ยอดเงินรางวัลขั้นต่ำ
ที่ผู้จัด Tournament ประกาศการันตีไว้
หากรายการ GTD 10 ล้านบาท
แต่เงินจาก Entries สร้าง Prize Pool ได้ 12 ล้านบาท
เงินรางวัลจริงสามารถเป็น 12 ล้านบาทได้
Gutshot
Straight Draw ที่ขาดไพ่หนึ่งหน้า
ซึ่งอยู่ตรงกลางของชุด
ตัวอย่าง: มี 5-6-8-9
ต้องการ 7 เพื่อครบ Straight
H
Hand
คำนี้มีสองความหมายที่พบบ่อย
หนึ่ง คือชุดไพ่ของผู้เล่น
สอง คือหนึ่งรอบการเล่น
ตั้งแต่แจกไพ่จนจบ Pot
Hand History
บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นในหนึ่งแฮนด์
เช่น ผู้เล่นถือไพ่อะไร,
ใคร Bet, Call หรือ Raise เท่าไร
และ Board เปิดไพ่อะไรบ้าง
Heads-up (HU)
สถานการณ์ที่เหลือผู้เล่นเพียง 2 คน
อาจหมายถึงเหลือสองคนในหนึ่งแฮนด์
หรือสองคนสุดท้ายของ Tournament ก็ได้
Hero Call
การ Call ด้วยไพ่ที่ไม่ได้แข็งแรงมาก
เพราะประเมินว่าคู่แข่งมีโอกาสกำลัง Bluff
หากอ่านถูก
ไพ่ระดับกลางของเราอาจเพียงพอที่จะชนะได้
High Card
Hand ที่ไม่มี Pair, Straight, Flush
หรือชุดไพ่ประเภทอื่นที่สูงกว่า
จึงตัดสินจากไพ่ใบที่มีค่าสูงที่สุด
และไพ่ใบรองลงมาตามลำดับ
Hijack (HJ)
ตำแหน่งสองที่นั่งทางขวาของ Button
ในโต๊ะที่ใช้ชื่อ Hijack และ Cutoff
Hole Cards
ไพ่ส่วนตัวของผู้เล่น
ใน Texas Hold’em
ผู้เล่นแต่ละคนจะได้รับคนละ 2 ใบ
Hyper Turbo
Tournament ที่ Blind
เพิ่มเร็วกว่ารูปแบบ Turbo ทั่วไป
ระยะเวลาแต่ละ Level
ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของแต่ละรายการ
I
ICM — Independent Chip Model
แบบจำลองที่ใช้ประเมินว่า
Stack ของผู้เล่นใน Tournament
มีมูลค่าในแง่เงินรางวัลประมาณเท่าไร
โดยพิจารณาจากจำนวนชิปของผู้เล่น
และโครงสร้างเงินรางวัลของการแข่งขัน
แนวคิดสำคัญคือ
ชิป Tournament ไม่ได้มีมูลค่าเป็นเงินจริง
แบบ 1 ต่อ 1 ตลอดการแข่งขัน
In Position (IP)
การอยู่ในตำแหน่งที่ได้ตัดสินใจ
หลังคู่แข่งในรอบหลัง Flop
ทำให้เราเห็น Action ของคู่แข่งก่อนตัดสินใจ
ITM — In The Money
การเข้าอันดับที่ได้รับเงินรางวัล
ใน Tournament
J
Jam
ศัพท์ที่ใช้แทนคำว่า All-in
เช่น “Jam Preflop”
หมายถึง All-in ก่อนเปิด Flop
K
Kicker
ไพ่ข้างที่ใช้ตัดสินผู้ชนะ
เมื่อผู้เล่นมีชุดไพ่หลักเหมือนกัน
A-K กับ A-Q บน Board A-8-5-3-2
ทั้งคู่มี Pair of Aces
แต่ A-K ชนะเพราะ Kicker K สูงกว่า Q
Knockout (KO)
การส่งผู้เล่นคนหนึ่งตกรอบจาก Tournament
คำนี้ยังใช้เรียก Tournament
ที่มีรางวัลจากการ Knockout ผู้เล่นคนอื่นด้วย
L
Late Registration
ช่วงหลัง Tournament เริ่มแล้ว
แต่ยังเปิดให้ผู้เล่นเข้าร่วมการแข่งขันได้
จะปิดเมื่อถึงเวลาหรือ Level
ที่ผู้จัดกำหนด
Level
ช่วงหนึ่งของ Tournament
ที่ใช้ Blind และ Ante ในระดับเดียวกัน
เมื่อจบ Level
Blind หรือ Ante จะปรับขึ้นตามโครงสร้างการแข่งขัน
Limp
การ Call เพียง Big Blind ก่อน Flop
ในสถานการณ์ที่ยังไม่มีใคร Raise มาก่อน
Live Report
การรายงานเหตุการณ์จาก Tournament
ระหว่างการแข่งขัน
เช่น Chip Count, Hand สำคัญ,
ผู้เล่นตกรอบ และผลการแข่งขัน
Lojack (LJ)
ชื่อตำแหน่งที่อยู่ก่อน Hijack
การเรียกตำแหน่งอาจแตกต่างกัน
ตามจำนวนผู้เล่นบนโต๊ะ
M
Main Pot
Pot หลักที่ผู้เล่นทุกคน
ซึ่งมีชิปอยู่ใน Pot ส่วนนั้น
มีสิทธิ์แข่งขันเพื่อชนะ
Min-cash
เงินรางวัลขั้นต่ำ
ที่ผู้เล่นได้รับเมื่อเข้า ITM
MTT — Multi-Table Tournament
Tournament ที่มีผู้เล่นหลายโต๊ะ
เมื่อผู้เล่นทยอยตกรอบ
โต๊ะจะถูกยุบและรวมกัน
จนเหลือ Final Table
Muck
การทิ้งไพ่โดยไม่เปิดให้เห็นหน้าไพ่
คำว่า Muck
ยังใช้เรียกกองไพ่ที่ถูกทิ้ง
และไม่ใช้เล่นต่อแล้ว
Multi-way Pot
Pot ที่มีผู้เล่นตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป
อยู่ในแฮนด์พร้อมกัน
Mystery Bounty
Tournament แบบ Bounty
ที่รางวัลจากการ Knockout
มีหลายมูลค่าและผู้เล่นไม่รู้ล่วงหน้าว่า
Bounty ที่ได้จะมีมูลค่าเท่าไร
โดยมูลค่าจะถูกสุ่ม
หรือเปิดเผยตามระบบของการแข่งขัน
N
Nit
ศัพท์สแลงสำหรับผู้เล่น
ที่เล่น Tight มาก
และเลือกเข้าเล่นไพ่ค่อนข้างน้อย
No-Limit (NL)
รูปแบบการเดิมพันที่ผู้เล่น
สามารถ Bet หรือ Raise ได้สูงสุด
ถึงจำนวนชิปทั้งหมดที่ตัวเองมี
NLH — No-Limit Hold’em
คำย่อของ
No-Limit Texas Hold’em
Nuts
ไพ่ที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
จาก Board ในขณะนั้น
Nuts สามารถเปลี่ยนได้
เมื่อ Turn หรือ River เปิดไพ่ใบใหม่
O
Offsuit
ไพ่ในมือ 2 ใบ
ที่เป็น คนละดอก
ตัวอย่าง: A♠ K♦
เรียกว่า A-K offsuit หรือเขียนย่อว่า AKo
Open Raise
การเป็นผู้เล่นคนแรกที่ Raise ก่อน Flop
หลังผู้เล่นก่อนหน้าทั้งหมด Fold
Open-Ended Straight Draw (OESD)
การลุ้น Straight
ที่สามารถได้ไพ่ช่วยจากปลายทั้งสองด้าน
ตัวอย่าง: มี 6-7-8-9
หากได้ 5 หรือ 10 ก็จะครบ Straight
Out / Outs
ไพ่ที่ยังไม่ออก
และหากเปิดออกมาแล้ว
จะช่วยพัฒนา Hand ของเราให้แข็งแรงขึ้น
เช่น ถ้ามีโพดำ 4 ใบ
โพดำที่ยังเหลืออยู่ในสำรับ
อาจเป็น Outs สำหรับทำ Flush
อย่างไรก็ตาม Out ไม่ได้หมายความว่า
ได้ไพ่ใบนั้นแล้วจะชนะ 100%
Out of Position (OOP)
การอยู่ในตำแหน่ง
ที่ต้องตัดสินใจก่อนคู่แข่ง
ในรอบหลัง Flop
Overlay
เงินส่วนต่างที่เกิดขึ้น
เมื่อเงินที่เข้าสู่ Prize Pool
ยังไม่ถึงยอด GTD ที่ผู้จัดการันตีไว้
เช่น รายการ GTD 10 ล้านบาท
แต่สร้างเงินรางวัลจาก Entries ได้เพียง 9 ล้านบาท
ส่วนต่าง 1 ล้านบาทคือ Overlay
ที่ต้องถูกเติมให้ถึงยอด Guarantee
ตามเงื่อนไขของรายการ
Overbet
การ Bet ด้วยจำนวนชิป
ที่มากกว่าขนาดของ Pot ก่อน Bet
Overpair
คู่ไพ่ในมือ
ที่มีหน้าไพ่สูงกว่าไพ่ทุกใบบน Board
ตัวอย่าง: ถือ Q-Q
ขณะที่ Flop เป็น J-7-2
P
Pair / One Pair
ไพ่สองใบที่มีหน้าเดียวกัน
เช่น A-A หรือ 8-8
Pay Jump
จุดที่เงินรางวัลเพิ่มขึ้น
เมื่อผู้เล่นขยับขึ้นสู่อันดับถัดไป
ในโครงสร้าง Payout
Payout
เงินรางวัลที่จ่ายให้แต่ละอันดับ
หรือใช้เรียกตารางเงินรางวัล
ของ Tournament
PKO — Progressive Knockout
Tournament แบบ Bounty
ที่ค่าหัวของผู้เล่นสามารถเพิ่มขึ้นได้
เมื่อผู้เล่นคนนั้น Knockout คู่แข่ง
วิธีแบ่งเงิน Bounty
และจำนวนที่เพิ่มเข้า Bounty ของตัวเอง
ขึ้นอยู่กับกติกาของแต่ละรายการ
Pocket Pair
ไพ่ในมือ 2 ใบ
ที่มีหน้าเดียวกัน
เช่น 8♠ 8♦
Position
ตำแหน่งของผู้เล่นบนโต๊ะ
ซึ่งมีผลกับลำดับว่าใครต้องตัดสินใจก่อนหรือหลัง
Pot
ชิปทั้งหมดที่ถูกเดิมพันเข้ามาแล้ว
ในแฮนด์นั้น
Pot-Limit
รูปแบบการเดิมพัน
ที่จำนวนสูงสุดที่สามารถ Bet หรือ Raise ได้
ถูกจำกัดตามขนาดของ Pot
Pot Odds
การเปรียบเทียบ
จำนวนชิปที่เราต้องจ่ายเพื่อ Call
กับขนาดของ Pot ที่มีโอกาสชนะ
ใช้ช่วยประเมินว่า
การ Call มีความคุ้มค่าหรือไม่
PLO — Pot-Limit Omaha
คำย่อของ Pot-Limit Omaha
เป็นเกม Omaha
ที่ใช้โครงสร้างการเดิมพันแบบ Pot-Limit
Preflop
ช่วงหลังผู้เล่นได้รับไพ่ในมือแล้ว
แต่ยังไม่มี Flop เปิด
Prize Pool
เงินรางวัลรวมของ Tournament
ที่ถูกนำไปแบ่งตามโครงสร้างรางวัลของรายการ
ใน Tournament แบบ Bounty
ผู้จัดอาจแสดงเงินรางวัลตามอันดับ
และส่วน Bounty แยกกัน
หรือรวมในตัวเลขบางประเภท
จึงควรดูรายละเอียดของแต่ละรายการ
Q
Quads / Four of a Kind
ไพ่หน้าเดียวกัน 4 ใบ
เช่น 9-9-9-9
R
Raise
การเพิ่มเดิมพัน
ให้สูงกว่า Bet หรือ Raise
ที่มีอยู่ก่อนหน้า
Rake
ค่าธรรมเนียมที่ Poker Room
หรือผู้ให้บริการเก็บจาก Cash Game
วิธีคิด Rake
แตกต่างกันตามกติกาของแต่ละเกม
Range
กลุ่มไพ่หลายแบบ
ที่เราคาดว่าผู้เล่นคนหนึ่งอาจถืออยู่
จาก Action ที่เขาเล่นมา
แทนที่จะคิดว่า
“เขาต้องถือ A-K แน่ ๆ”
การคิดแบบ Range คือ
“เขาอาจมี A-K, A-Q, คู่ใหญ่
หรือไพ่บางส่วนที่ใช้ Bluff”
Rank
หน้าไพ่หรือค่าของไพ่
เช่น A, K, Q, J, 10, 9, 8
คือ Rank ของไพ่
ไม่ใช่ดอกไพ่
Re-entry
หลังตกรอบ
ผู้เล่นสามารถจ่ายค่าเข้าใหม่
และกลับเข้าร่วม Tournament
เป็น Entry ใหม่ได้
ต้องเป็นรายการที่เปิด Re-entry
และยังอยู่ในช่วงเวลาที่อนุญาต
Rebuy
การซื้อชิปเพิ่ม
ตามกติกาของ Rebuy Tournament
Rebuy และ Re-entry
ไม่ได้มีความหมายเหมือนกันทุกกรณี
จึงควรดู Tournament Rules ของรายการนั้น
Reg / Regular
ผู้เล่นที่เล่นเกม
Stakes หรือ Tournament ประเภทนั้นเป็นประจำ
River
ไพ่กลางใบที่ 5
และเป็นใบสุดท้ายใน Texas Hold’em
Royal Flush
Straight Flush ที่สูงที่สุด
ประกอบด้วย
10-J-Q-K-A
และไพ่ทั้ง 5 ใบต้องเป็นดอกเดียวกัน
S
Satellite
Tournament ที่รางวัลเป็น
Seat, Ticket หรือสิทธิ์
สำหรับเข้าแข่งขัน Tournament อื่น
Semi-Bluff
การ Bet หรือ Raise
ทั้งที่ตอนนี้ไพ่อาจยังไม่ดีที่สุด
แต่ยังมีโอกาสได้ไพ่ช่วย
และพัฒนาเป็น Hand ที่แข็งแรงในภายหลัง
Set
ตองที่เกิดจาก
Pocket Pair ในมือ
และมีไพ่หน้าเดียวกันอีกหนึ่งใบบน Board
ถือ 8♠ 8♦
และ Flop เปิด 8♣ K♥ 2♠
ผู้เล่นมี Set of Eights
Short Stack
ผู้เล่นที่มีชิปค่อนข้างน้อย
เมื่อเทียบกับ Blind
หรือผู้เล่นคนอื่นใน Tournament
Shot Clock
ระบบจับเวลาที่กำหนดว่า
ผู้เล่นมีเวลาตัดสินใจแต่ละครั้งนานเท่าไร
พบได้ใน Live Tournament บางรายการ
Shove
ศัพท์ที่ใช้แทนการ All-in
มีความหมายใกล้กับคำว่า Jam
Showdown
ช่วงที่ต้องเปิดหรือเปรียบเทียบไพ่
เพื่อหาผู้ชนะ
เมื่อยังมีผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคนเหลืออยู่
หากผู้เล่น All-in กันก่อน River
ไพ่กลางที่เหลือจะถูกเปิดจนครบ
แล้วจึงนำ Hand มาเปรียบเทียบกัน
Side Pot
Pot เพิ่มเติม
ที่เกิดขึ้นเมื่อผู้เล่น All-in
มีจำนวนชิปไม่เท่ากัน
ผู้เล่นที่ All-in ด้วยชิปน้อยกว่า
จะมีสิทธิ์เฉพาะ Pot
ตามจำนวนชิปที่ตัวเองใส่ไว้
Small Blind (SB)
ชิปบังคับ
ที่ผู้เล่นตำแหน่ง Small Blind
ต้องวางก่อนเริ่มแฮนด์
Snap Call
การ Call อย่างรวดเร็ว
แทบจะทันทีโดยใช้เวลาคิดน้อยมาก
Stack
จำนวนชิปที่ผู้เล่นยังมีอยู่
และสามารถนำมาใช้เล่นได้
Straight
ไพ่ 5 ใบ
ที่หน้าไพ่เรียงต่อกัน
เช่น 5-6-7-8-9
ไพ่ไม่จำเป็นต้องเป็นดอกเดียวกัน
Straight Flush
ไพ่ 5 ใบ
ที่หน้าไพ่เรียงต่อกัน
และเป็นดอกเดียวกันทั้งหมด
เช่น 5♠ 6♠ 7♠ 8♠ 9♠
Straddle
Blind เพิ่มเติม
ที่วางก่อนแจกไพ่
พบได้บ่อยใน Live Cash Game
ขนาดของ Straddle
ตำแหน่งที่สามารถวางได้
และลำดับ Action
ขึ้นอยู่กับกติกาของแต่ละสถานที่
Street
คำที่ใช้เรียกแต่ละช่วงของการเล่น
เช่น Preflop, Flop, Turn และ River
Suit
ดอกของไพ่
มีทั้งหมด 4 ดอก คือ
♠ โพดำ,
♥ โพแดง,
♦ ข้าวหลามตัด
และ ♣ ดอกจิก
Suited
ไพ่ในมือ 2 ใบ
ที่เป็น ดอกเดียวกัน
เช่น A♠ K♠
เรียกว่า A-K suited
หรือเขียนย่อว่า AKs
Suited Connector
ไพ่ในมือ 2 ใบ
ที่เป็นดอกเดียวกัน
และหน้าไพ่เรียงติดกัน
เช่น 8♠ 9♠
T
Tank
การใช้เวลาคิดนาน
ก่อนตัดสินใจว่าจะ Check, Call,
Bet, Raise หรือ Fold
Tell
พฤติกรรมหรือท่าทาง
ที่อาจให้ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับไพ่
หรือการตัดสินใจของคู่แข่ง
คำนี้พบได้บ่อยใน Live Poker
Three of a Kind
ไพ่หน้าเดียวกัน 3 ใบ
ใน Texas Hold’em
สามารถเกิดได้ทั้งแบบ Set และ Trips
Tilt
ภาวะที่อารมณ์
เช่น ความหงุดหงิดหรือความโมโห
เริ่มส่งผลต่อคุณภาพการตัดสินใจ
Top Pair
Pair ที่เกิดจากไพ่ในมือของเรา
จับคู่กับไพ่ที่มีหน้าสูงที่สุดบน Board
ถือ A-K
บน Flop A-9-4
ผู้เล่นมี Top Pair คือ Pair of Aces
Tournament
รูปแบบการแข่งขัน
ที่ผู้เล่นเริ่มด้วย Tournament Chips
ตามโครงสร้างที่กำหนด
และแข่งขันเพื่อจัดอันดับ
Tournament Fee
ค่าธรรมเนียมของ Tournament
ที่ผู้จัดหรือสถานที่เรียกเก็บ
ในบางรายการ
จะแสดงแยกจากเงินส่วนที่เข้าสู่ Prize Pool
Trips
ตองที่ใน Texas Hold’em
มักเกิดจาก Board มีไพ่คู่
และเราถือไพ่หน้าเดียวกันอีกหนึ่งใบ
ถือ A-K
และ Board เปิด A-A-7
ผู้เล่นมี Trips Aces
Turbo
Tournament ที่ Blind
เพิ่มเร็วกว่ารูปแบบมาตรฐาน
จึงทำให้การแข่งขันดำเนินเร็วขึ้น
Turn
ไพ่กลางใบที่ 4
ใน Texas Hold’em
Two Pair
Hand ที่มี Pair สองชุด
เช่น A-A และ 8-8
รวมกันเป็น Two Pair
U
Under the Gun (UTG)
ตำแหน่งทางซ้ายของ Big Blind
ซึ่งเป็นคนแรกที่ต้องตัดสินใจก่อน Flop
ในเกม Hold’em แบบหลายผู้เล่นตามโครงสร้างปกติ
Underpair
Pocket Pair ในมือ
ที่มีหน้าไพ่ต่ำกว่าไพ่ทุกใบบน Board
ถือ 5-5
บน Flop K-J-6
คู่ 5 ถือเป็น Underpair
V
Value Bet
การ Bet ด้วยไพ่ที่ค่อนข้างแข็งแรง
โดยหวังให้คู่แข่งที่ถือไพ่แย่กว่า Call
เป้าหมายคือ
ดึงชิปเพิ่มจากไพ่ที่เราคิดว่าเรานำอยู่
Variance
ความผันผวนของผลลัพธ์ในระยะสั้น
แม้จะตัดสินใจถูกต้อง
ผู้เล่นก็ยังสามารถแพ้หลายแฮนด์ติดกันได้
เพราะไพ่มีความไม่แน่นอน
W
Walk
สถานการณ์ก่อน Flop
ที่ผู้เล่นทุกคน Fold
จนเหลือเพียง Big Blind
Big Blind จึงชนะ Pot
โดยไม่ต้องเล่นต่อ
Wheel
Straight ต่ำสุด
A-2-3-4-5
ศัพท์ย่อที่เจอบ่อยในข่าวและ Live Report
| คำย่อ |
คำเต็ม |
ความหมายแบบสั้น |
| BTN |
Button |
ตำแหน่ง Dealer Button |
| SB |
Small Blind |
ตำแหน่ง Small Blind |
| BB |
Big Blind |
ตำแหน่ง Big Blind |
| BBA |
Big Blind Ante |
Ante ที่วางจากตำแหน่ง Big Blind |
| UTG |
Under the Gun |
ตำแหน่งแรกที่เล่นก่อน Flop |
| HJ |
Hijack |
ตำแหน่งก่อน Cutoff |
| CO |
Cutoff |
ตำแหน่งก่อน Button |
| IP |
In Position |
ได้ตัดสินใจหลังคู่แข่งในรอบหลัง Flop |
| OOP |
Out of Position |
ต้องตัดสินใจก่อนคู่แข่งในรอบหลัง Flop |
| NLH |
No-Limit Hold’em |
Texas Hold’em แบบ No-Limit |
| PLO |
Pot-Limit Omaha |
Omaha แบบ Pot-Limit |
| MTT |
Multi-Table Tournament |
Tournament ที่เล่นหลายโต๊ะ |
| ITM |
In The Money |
เข้าอันดับที่ได้รับเงินรางวัล |
| FT |
Final Table |
โต๊ะสุดท้ายของการแข่งขัน |
| HU |
Heads-up |
มีผู้เล่นเหลือ 2 คน |
| KO |
Knockout |
การส่งผู้เล่นตกรอบ |
| PKO |
Progressive Knockout |
Bounty Tournament ที่ค่าหัวเพิ่มขึ้นได้ |
| GTD |
Guaranteed |
ยอดเงินรางวัลขั้นต่ำที่ผู้จัดการันตี |
| EV |
Expected Value |
ค่าคาดหวังของการตัดสินใจ |
| ICM |
Independent Chip Model |
แบบจำลองประเมินมูลค่า Stack ใน Tournament |
| GTO |
Game Theory Optimal |
แนวทาง Strategy ตามหลัก Game Theory |
| OESD |
Open-Ended Straight Draw |
ลุ้น Straight ที่ติดได้จากปลายสองด้าน |
| R/A |
Rebuy / Add-on |
ใช้บอกว่ารายการมีระบบ Rebuy หรือ Add-on |
คำที่มือใหม่มักสับสน
Suit ≠ Rank
Suit คือดอกไพ่ เช่น ♠ ♥ ♦ ♣
ส่วน Rank คือหน้าไพ่ เช่น A, K, Q, J หรือ 10
Bet ≠ Raise
Bet คือการเริ่มเดิมพันในรอบที่ยังไม่มีใคร Bet
ส่วน Raise คือการเพิ่มจาก Bet หรือ Raise ที่มีอยู่แล้ว
Check ≠ Call
Check คือไม่ใส่ชิปเพิ่มและยังเล่นต่อ
ส่วน Call คือใส่ชิปให้เท่ากับเดิมพันปัจจุบัน
Set ≠ Trips
ทั้งคู่คือตอง แต่เกิดคนละแบบ
Set เกิดจาก Pocket Pair ในมือ
แล้วมีไพ่หน้าเดียวกันหนึ่งใบบน Board
Trips มักเกิดจาก Board มี Pair
แล้วเราถือไพ่หน้าเดียวกันอีกหนึ่งใบ
Suited ≠ Offsuit
Suited คือไพ่ในมือสองใบเป็นดอกเดียวกัน เช่น A♠ K♠
Offsuit คือไพ่ในมือสองใบเป็นคนละดอก เช่น A♠ K♦
Players ≠ Entries เสมอไป
หาก Tournament เปิด Re-entry
ผู้เล่นคนเดียวสามารถมีหลาย Entries ได้
ดังนั้น 1,000 Entries
ไม่จำเป็นต้องเท่ากับผู้เล่นไม่ซ้ำกัน 1,000 คน
Final Day ≠ Final Table
Final Day คือวันสุดท้ายของการแข่งขัน
Final Table คือโต๊ะสุดท้าย
ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเหลือผู้เล่นพอรวมเป็นโต๊ะเดียว
Prize Pool ≠ GTD
GTD คือยอดขั้นต่ำที่ผู้จัดการันตี
Prize Pool คือเงินรางวัลจริงของรายการ
ซึ่งสามารถสูงกว่า GTD ได้
Bounty ≠ Payout ตามอันดับ
Bounty คือรางวัลจากการส่งผู้เล่นคนอื่นตกรอบ
Payout คือเงินรางวัลที่ได้รับตามอันดับที่จบการแข่งขัน
ในเอกสารของบางรายการ
เงินทั้งสองส่วนอาจถูกนำไปแสดงรวมภายใต้ Prize Pool
จึงควรดูรายละเอียดของรายการประกอบ
Re-entry ≠ Rebuy
Re-entry โดยทั่วไปคือ
ตกรอบแล้วกลับเข้ามาเป็น Entry ใหม่
Rebuy คือการซื้อชิปเพิ่ม
ตามกติกาของ Rebuy Tournament
รายละเอียดจริงอาจต่างกัน
จึงควรดู Rules ของแต่ละรายการ
Stack ≠ Pot
Stack คือชิปที่ผู้เล่นยังมีอยู่
Pot คือชิปที่ถูกเดิมพันเข้ามาแล้วในแฮนด์
ถ้าเพิ่งเริ่ม ควรจำคำไหนก่อน?
ถ้าเพิ่งเริ่มดู Poker
ยังไม่จำเป็นต้องจำทุกคำในหน้านี้
เริ่มจาก
Button, Blind, Hole Cards, Board,
Check, Bet, Call, Raise, Fold, All-in,
Pot, Stack, Flop, Turn และ River
ก่อน
ก็เพียงพอที่จะช่วยให้ตาม Action บนโต๊ะได้ง่ายขึ้นมาก
หากเริ่มติดตาม Tournament
ค่อยเพิ่มคำอย่าง
Entries, Flight, ITM, Bubble, GTD,
Prize Pool, Payout, Bounty,
Final Day และ Final Table
ส่วนคำอย่าง
Range, Equity, Pot Odds,
EV, ICM และ GTO
จะพบมากขึ้นเมื่อเริ่มศึกษา Strategy
ในระดับที่ลึกขึ้น
PokerToday จะทยอยอัปเดต Poker Glossary หน้านี้
เมื่อมีคำศัพท์ที่พบเป็นประจำ
ในข่าว การแข่งขัน Live Report
และเนื้อหา Poker Strategy
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
GGPoker — Poker Glossary,
Poker.org — Poker Glossary,
PokerStars — Poker Rules