เทคนิค

รวมศัพท์โป๊กเกอร์ที่ควรรู้ A–Z

ทีมข่าว PokerToday 13 ต.ค. 2026 ใช้เวลาอ่าน 48 นาที

เวลาอ่านข่าวโป๊กเกอร์ ดูการแข่งขัน หรืออ่าน Live Report เรามักเจอคำอย่าง All-in, Bluff, Bubble, 3-Bet, Range, ITM, GTD หรือ ICM อยู่ตลอด แต่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น หลายคำอาจฟังเหมือนเป็นอีกภาษาหนึ่ง

PokerToday จึงรวบรวม ศัพท์โป๊กเกอร์ที่พบบ่อยและใช้กันจริง พร้อมอธิบายเป็นภาษาไทยแบบตรงไปตรงมา ตั้งแต่ศัพท์พื้นฐานบนโต๊ะ ไปจนถึงคำที่ใช้ใน Tournament, Live Report และการวิเคราะห์เกม

ก่อนเริ่ม: 8 คำพื้นฐานที่ควรรู้

ในคำอธิบายด้านล่างจะมีคำบางคำถูกใช้บ่อย ถ้าเข้าใจ 8 คำนี้ก่อน การอ่าน Glossary ที่เหลือจะง่ายขึ้นมาก

Suit — ดอกไพ่ หมายถึง ♠ โพดำ, ♥ โพแดง, ♦ ข้าวหลามตัด และ ♣ ดอกจิก
Rank — หน้าไพ่ หมายถึงค่าหรือหน้าไพ่ เช่น A, K, Q, J, 10, 9, 8 เป็นต้น
Hole Cards — ไพ่ในมือ ไพ่ส่วนตัวที่แจกให้ผู้เล่น ใน Texas Hold’em จะได้รับคนละ 2 ใบ
Board — ไพ่กลางบนโต๊ะ ไพ่ที่เปิดหงายตรงกลาง และผู้เล่นทุกคนที่ยังอยู่ในแฮนด์สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้
Hand — ชุดไพ่หรือหนึ่งแฮนด์ อาจหมายถึงชุดไพ่ที่ผู้เล่นมี หรือหนึ่งรอบการเล่นตั้งแต่แจกไพ่จนจบก็ได้
Stack — ชิปที่ผู้เล่นมี จำนวนชิปที่ผู้เล่นยังมีอยู่ตรงหน้า และสามารถนำมาใช้เล่นต่อได้
Pot — กองชิปกลาง ชิปที่ผู้เล่นเดิมพันเข้ามาแล้ว และจะถูกมอบให้ผู้ชนะของแฮนด์
Street — ช่วงของการเล่น ใช้เรียกแต่ละช่วง เช่น Preflop, Flop, Turn และ River
บทความนี้เน้นความหมายที่พบได้บ่อยใน Texas Hold’em และ Tournament Poker กติกาบางอย่างอาจแตกต่างกันตามรูปแบบเกม หรือกติกาของแต่ละรายการ
ค้นหาคำศัพท์ตามตัวอักษร
#
3-Bet / Three-Bet การ Raise ซ้ำหลังจากมีคน Raise มาก่อนแล้ว หรือเรียกง่าย ๆ ว่า Re-raise ครั้งแรก ตัวอย่าง: A Raise → B Raise กลับ การ Raise ของ B เรียกว่า 3-Bet
4-Bet / Four-Bet การ Raise กลับอีกครั้งหลังจากมี 3-Bet ตัวอย่าง: A Raise → B 3-Bet → A Raise กลับอีกครั้ง = A ทำ 4-Bet
A
Action การตัดสินใจของผู้เล่นเมื่อถึงตาของตัวเอง เช่น Check, Bet, Call, Raise หรือ Fold คำว่า Action ยังใช้บอกได้ด้วยว่า ตอนนี้ถึงตาของใครต้องเล่น
Add-on การซื้อชิปเพิ่มใน Tournament บางรูปแบบ ตามเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าผู้เล่นตกรอบก่อน จึงจะสามารถ Add-on ได้
Aggressive สไตล์การเล่นที่เน้นเป็นฝ่าย Bet หรือ Raise มากกว่าการรอ Call หรือ Check
Aggressor ผู้เล่นที่เป็นฝ่าย Bet หรือ Raise และเป็นฝ่ายกดดันคู่แข่งในแฮนด์นั้น เช่น ผู้เล่นที่ Raise ก่อน Flop มักถูกเรียกว่า Preflop Aggressor
All-in การนำชิปทั้งหมดที่ตัวเองเหลืออยู่ เข้าไปเดิมพันในแฮนด์นั้น
Ante ชิปบังคับที่ใส่ลง Pot ก่อนเริ่มเล่นแฮนด์ นอกเหนือจาก Small Blind และ Big Blind รูปแบบการเก็บ Ante ขึ้นอยู่กับกติกาของแต่ละเกมหรือ Tournament
Average Stack จำนวนชิปเฉลี่ยของผู้เล่นที่ยังเหลืออยู่ใน Tournament คำนวณโดยนำชิปทั้งหมดที่ยังอยู่ในการแข่งขัน หารด้วยจำนวนผู้เล่นที่เหลือ
B
Backdoor Draw การลุ้นไพ่ที่ต้องได้ไพ่ช่วย ทั้งบน Turn และ River จึงจะครบ ตัวอย่าง: หลัง Flop มีโพดำเพียง 3 ใบรวมไพ่ในมือ หากต้องการทำ Flush จะต้องได้โพดำทั้ง Turn และ River
Bad Beat สถานการณ์ที่ผู้เล่นซึ่งมีโอกาสชนะสูงมาก กลับแพ้หลังคู่แข่งได้ไพ่ช่วยในช่วงท้าย
Bankroll เงินทุนที่ผู้เล่นแยกไว้สำหรับการเล่นโป๊กเกอร์
Bet การใส่ชิปเดิมพัน ในรอบที่ยังไม่มีใคร Bet มาก่อน
Big Blind (BB) ชิปบังคับที่ผู้เล่นตำแหน่ง Big Blind ต้องวางก่อนเริ่มเล่นแฮนด์
Big Blind Ante (BBA) รูปแบบ Ante ที่ให้ผู้เล่นตำแหน่ง Big Blind เป็นผู้วาง Ante ของแฮนด์นั้น แทนการเก็บ Ante จากผู้เล่นทุกคนทีละคน
Big Stack ผู้เล่นที่มีชิปจำนวนมาก เมื่อเทียบกับผู้เล่นคนอื่นบนโต๊ะหรือใน Tournament
Blind ชิปบังคับที่ต้องวางก่อนแจกไพ่ ใน Texas Hold’em ที่พบบ่อยคือ Small Blind และ Big Blind
Bluff การ Bet หรือ Raise ทั้งที่ไพ่ของตัวเองไม่ได้แข็งแรงมาก โดยหวังให้คู่แข่งที่มีไพ่ดีกว่ายอม Fold
Bluff Catcher ไพ่ที่ไม่ได้แข็งแรงพอจะชนะไพ่ดี ๆ ที่คู่แข่งนำมา Bet เพื่อเอา Value แต่ยังสามารถชนะได้หากคู่แข่งกำลัง Bluff
Board ไพ่กลางที่เปิดหงายอยู่บนโต๊ะ ตัวอย่าง: หาก Flop เปิด A♠ 9♦ 4♣ สามารถพูดว่า Board คือ A-9-4
Bounty รางวัลที่ได้รับจากการส่งผู้เล่นคนอื่นตกรอบ ใน Tournament ที่ใช้ระบบ Bounty โดยทั่วไปเป็นรางวัลอีกส่วนหนึ่ง นอกเหนือจากเงินรางวัลตามอันดับ
Bubble ช่วงก่อนเข้าสู่อันดับที่ได้รับเงินรางวัล ตัวอย่าง: หาก 100 อันดับได้เงินรางวัล ผู้เล่นอันดับ 101 คือผู้เล่นที่ตกรอบตรง Bubble
Burn Card ไพ่บนสุดของสำรับที่ Dealer แยกออกโดยไม่ใช้เล่น ก่อนเปิด Flop, Turn หรือ River ในเกมสด เป็นขั้นตอนหนึ่งของการแจกไพ่ เพื่อช่วยรักษาความถูกต้องของเกม
Button (BTN) ตัวหมากที่ใช้บอกตำแหน่ง Dealer ของแฮนด์นั้น และใช้เป็นจุดอ้างอิงในการกำหนดตำแหน่งต่าง ๆ บนโต๊ะ ใน Poker Room ที่มี Dealer ประจำ คนที่อยู่ตำแหน่ง Button ไม่ได้เป็นคนแจกไพ่จริง
Buy-in ค่าเข้าร่วมเกมหรือการแข่งขันตามที่กำหนด ใน Tournament บางรายการ หน้าโครงสร้างอาจแยกส่วนที่เข้าสู่เงินรางวัล และค่าธรรมเนียมออกจากกัน
C
Call การใส่ชิปให้เท่ากับจำนวนเดิมพันปัจจุบัน เพื่อเล่นแฮนด์นั้นต่อ
Cash Game เกมที่ชิปมีมูลค่าเป็นเงินจริงตามจำนวนบนโต๊ะ ต่างจาก Tournament ที่ใช้ Tournament Chips และแข่งขันเพื่อจัดอันดับผู้เล่น
Check การไม่ Bet เพิ่ม แต่ยังอยู่ในแฮนด์ต่อ ทำได้เมื่อยังไม่มีเดิมพัน ที่ผู้เล่นจำเป็นต้อง Call ในรอบนั้น
Check-Raise การ Check ก่อน แล้วเมื่อคู่แข่ง Bet จึง Raise กลับ ภายในรอบการเดิมพันเดียวกัน
Chip Count จำนวนชิปที่ผู้เล่นมีอยู่ ณ เวลาที่มีการบันทึกข้อมูล คำนี้พบได้บ่อยใน Live Report และรายงานผล Tournament
Chip Leader ผู้เล่นที่มีชิปมากที่สุดใน Tournament ณ ช่วงเวลานั้น
Community Cards ไพ่กลางที่เปิดหงายบนโต๊ะ และผู้เล่นทุกคนที่ยังอยู่ในแฮนด์สามารถใช้ร่วมกันได้ ใน Texas Hold’em มี Community Cards สูงสุด 5 ใบ
Continuation Bet (C-Bet) การที่ผู้เล่นซึ่งเป็นฝ่าย Raise หรือ Bet ก่อนหน้า ยังคง Bet ต่อในรอบถัดมา ตัวอย่างที่พบบ่อย: Raise ก่อน Flop แล้ว Bet ต่อเมื่อ Flop เปิด
Cooler สถานการณ์ที่ผู้เล่นสองฝ่าย ถือไพ่ที่แข็งแรงมากพร้อมกัน จนหลีกเลี่ยงการเสีย Pot ใหญ่ได้ยาก เช่น Set ใหญ่ชน Set เล็ก ใน Board ที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีไพ่แข็งแรงมาก
Cutoff (CO) ตำแหน่งที่อยู่ทางขวาของ Button หนึ่งที่นั่ง
D
Dealer ผู้ทำหน้าที่แจกไพ่ ดูแล Pot และควบคุมลำดับการเล่นบนโต๊ะ
Donk Bet การที่ผู้เล่นซึ่งเป็นฝ่าย Call ในรอบก่อนหน้า กลับเป็นฝ่าย Bet นำ ก่อนผู้เล่นที่เคยเป็นฝ่าย Raise หรือ Bet เช่น A Raise ก่อน Flop, B Call จากนั้น Flop เปิดแล้ว B เป็นฝ่าย Bet นำใส่ A
Double Up การชนะ Pot ที่ทำให้ Stack ของผู้เล่น เพิ่มขึ้นใกล้เคียงสองเท่า มักใช้กับสถานการณ์ All-in ที่ทั้งสองฝ่ายมีชิปใกล้เคียงกัน
Draw ไพ่ที่ตอนนี้ยังไม่ครบเป็น Hand ที่ต้องการ แต่มีโอกาสพัฒนาได้ หากไพ่ใบถัดไปออกมาตรงกับที่ลุ้น เช่น Flush Draw หรือ Straight Draw
Drawing Dead สถานการณ์ที่ไม่ว่าไพ่ที่เหลือจะออกอะไร ผู้เล่นก็ไม่มีทางทำไพ่ให้ชนะคู่แข่งได้แล้ว
E
Effective Stack จำนวนชิปสูงสุดที่ผู้เล่นสองคน สามารถเสียให้กันได้ในแฮนด์นั้น ดูจาก Stack ของฝ่ายที่มีชิปน้อยกว่า A มี 100 BB และ B มี 40 BB Effective Stack ระหว่างสองคนคือ 40 BB
Entry / Entries หนึ่ง Entry หมายถึงหนึ่งครั้งที่เข้าร่วม Tournament หากรายการเปิด Re-entry ผู้เล่นคนเดิมสามารถมีมากกว่าหนึ่ง Entry ได้ ดังนั้น 1,000 Entries ไม่ได้หมายความว่ามีผู้เล่นไม่ซ้ำกัน 1,000 คนเสมอไป
Equity สัดส่วนของ Pot ที่ไพ่ของเราคาดว่าจะได้รับโดยเฉลี่ย หากเล่นสถานการณ์นั้นจนจบ พูดให้ง่ายคือ ใช้บอกว่าไพ่ของเรามีส่วนได้เปรียบ หรือมีโอกาสได้รับ Pot มากแค่ไหน โดยรวมกรณีเสมอด้วย
Expected Value (EV) ค่าคาดหวังของการตัดสินใจในระยะยาว หากการตัดสินใจหนึ่งเป็น +EV หมายถึงเมื่อเจอสถานการณ์แบบเดิมซ้ำจำนวนมาก การตัดสินใจนั้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวก
F
Field กลุ่มผู้เล่นหรือกลุ่มผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด ใน Tournament นั้น มักใช้บอกว่ารายการมีผู้เล่นมากน้อยเพียงใด หรือระดับความแข็งของคู่แข่งโดยรวม
Final Day วันสุดท้ายของ Tournament ตามตารางการแข่งขัน Final Day อาจเริ่มต้นด้วยผู้เล่นหลายโต๊ะ จึงไม่ได้หมายถึง Final Table
Final Table (FT) โต๊ะสุดท้ายของ Tournament หลังจำนวนผู้เล่นลดลงจนสามารถรวมเป็นโต๊ะเดียว ตามโครงสร้างของรายการ
Flight รอบเริ่มต้นแยกกันของ Tournament เดียวกัน เช่น Day 1A, Day 1B และ Day 1C ก่อนผู้ผ่านจากแต่ละ Flight จะไปรวมกันในรอบถัดไป
Flop ไพ่กลาง 3 ใบแรก ที่เปิดพร้อมกันใน Texas Hold’em
Flush ไพ่ 5 ใบที่เป็น ดอกเดียวกัน เช่น มีโพดำ ♠ ครบ 5 ใบ หน้าไพ่ไม่จำเป็นต้องเรียงต่อกัน
Fold การทิ้งไพ่และออกจากแฮนด์นั้น เมื่อ Fold แล้ว ผู้เล่นจะไม่มีสิทธิ์ชนะ Pot ของแฮนด์นั้นต่อ
Freeroll Tournament ที่ไม่มีค่า Buy-in เริ่มต้น บางรายการอาจยังมีเงื่อนไขอื่น เช่น การผ่านสิทธิ์, Rebuy หรือ Add-on
Freezeout Tournament ที่เมื่อตกรอบแล้ว ไม่สามารถซื้อสิทธิ์กลับเข้ามาเล่นใหม่ได้
Full House ไพ่ 5 ใบที่ประกอบด้วย ตองหนึ่งชุดและคู่หนึ่งชุด ตัวอย่าง: A-A-A-K-K
G
GTO — Game Theory Optimal แนวคิดการวาง Strategy โดยอาศัยหลัก Game Theory เพื่อสร้างรูปแบบการเล่น ที่คู่แข่งหาจุดมา Exploit ได้ยาก
GTD — Guaranteed ยอดเงินรางวัลขั้นต่ำ ที่ผู้จัด Tournament ประกาศการันตีไว้ หากรายการ GTD 10 ล้านบาท แต่เงินจาก Entries สร้าง Prize Pool ได้ 12 ล้านบาท เงินรางวัลจริงสามารถเป็น 12 ล้านบาทได้
Gutshot Straight Draw ที่ขาดไพ่หนึ่งหน้า ซึ่งอยู่ตรงกลางของชุด ตัวอย่าง: มี 5-6-8-9 ต้องการ 7 เพื่อครบ Straight
H
Hand คำนี้มีสองความหมายที่พบบ่อย หนึ่ง คือชุดไพ่ของผู้เล่น สอง คือหนึ่งรอบการเล่น ตั้งแต่แจกไพ่จนจบ Pot
Hand History บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นในหนึ่งแฮนด์ เช่น ผู้เล่นถือไพ่อะไร, ใคร Bet, Call หรือ Raise เท่าไร และ Board เปิดไพ่อะไรบ้าง
Heads-up (HU) สถานการณ์ที่เหลือผู้เล่นเพียง 2 คน อาจหมายถึงเหลือสองคนในหนึ่งแฮนด์ หรือสองคนสุดท้ายของ Tournament ก็ได้
Hero Call การ Call ด้วยไพ่ที่ไม่ได้แข็งแรงมาก เพราะประเมินว่าคู่แข่งมีโอกาสกำลัง Bluff หากอ่านถูก ไพ่ระดับกลางของเราอาจเพียงพอที่จะชนะได้
High Card Hand ที่ไม่มี Pair, Straight, Flush หรือชุดไพ่ประเภทอื่นที่สูงกว่า จึงตัดสินจากไพ่ใบที่มีค่าสูงที่สุด และไพ่ใบรองลงมาตามลำดับ
Hijack (HJ) ตำแหน่งสองที่นั่งทางขวาของ Button ในโต๊ะที่ใช้ชื่อ Hijack และ Cutoff
Hole Cards ไพ่ส่วนตัวของผู้เล่น ใน Texas Hold’em ผู้เล่นแต่ละคนจะได้รับคนละ 2 ใบ
Hyper Turbo Tournament ที่ Blind เพิ่มเร็วกว่ารูปแบบ Turbo ทั่วไป ระยะเวลาแต่ละ Level ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของแต่ละรายการ
I
ICM — Independent Chip Model แบบจำลองที่ใช้ประเมินว่า Stack ของผู้เล่นใน Tournament มีมูลค่าในแง่เงินรางวัลประมาณเท่าไร โดยพิจารณาจากจำนวนชิปของผู้เล่น และโครงสร้างเงินรางวัลของการแข่งขัน แนวคิดสำคัญคือ ชิป Tournament ไม่ได้มีมูลค่าเป็นเงินจริง แบบ 1 ต่อ 1 ตลอดการแข่งขัน
In Position (IP) การอยู่ในตำแหน่งที่ได้ตัดสินใจ หลังคู่แข่งในรอบหลัง Flop ทำให้เราเห็น Action ของคู่แข่งก่อนตัดสินใจ
ITM — In The Money การเข้าอันดับที่ได้รับเงินรางวัล ใน Tournament
J
Jam ศัพท์ที่ใช้แทนคำว่า All-in เช่น “Jam Preflop” หมายถึง All-in ก่อนเปิด Flop
K
Kicker ไพ่ข้างที่ใช้ตัดสินผู้ชนะ เมื่อผู้เล่นมีชุดไพ่หลักเหมือนกัน A-K กับ A-Q บน Board A-8-5-3-2 ทั้งคู่มี Pair of Aces แต่ A-K ชนะเพราะ Kicker K สูงกว่า Q
Knockout (KO) การส่งผู้เล่นคนหนึ่งตกรอบจาก Tournament คำนี้ยังใช้เรียก Tournament ที่มีรางวัลจากการ Knockout ผู้เล่นคนอื่นด้วย
L
Late Registration ช่วงหลัง Tournament เริ่มแล้ว แต่ยังเปิดให้ผู้เล่นเข้าร่วมการแข่งขันได้ จะปิดเมื่อถึงเวลาหรือ Level ที่ผู้จัดกำหนด
Level ช่วงหนึ่งของ Tournament ที่ใช้ Blind และ Ante ในระดับเดียวกัน เมื่อจบ Level Blind หรือ Ante จะปรับขึ้นตามโครงสร้างการแข่งขัน
Limp การ Call เพียง Big Blind ก่อน Flop ในสถานการณ์ที่ยังไม่มีใคร Raise มาก่อน
Live Report การรายงานเหตุการณ์จาก Tournament ระหว่างการแข่งขัน เช่น Chip Count, Hand สำคัญ, ผู้เล่นตกรอบ และผลการแข่งขัน
Lojack (LJ) ชื่อตำแหน่งที่อยู่ก่อน Hijack การเรียกตำแหน่งอาจแตกต่างกัน ตามจำนวนผู้เล่นบนโต๊ะ
M
Main Pot Pot หลักที่ผู้เล่นทุกคน ซึ่งมีชิปอยู่ใน Pot ส่วนนั้น มีสิทธิ์แข่งขันเพื่อชนะ
Min-cash เงินรางวัลขั้นต่ำ ที่ผู้เล่นได้รับเมื่อเข้า ITM
MTT — Multi-Table Tournament Tournament ที่มีผู้เล่นหลายโต๊ะ เมื่อผู้เล่นทยอยตกรอบ โต๊ะจะถูกยุบและรวมกัน จนเหลือ Final Table
Muck การทิ้งไพ่โดยไม่เปิดให้เห็นหน้าไพ่ คำว่า Muck ยังใช้เรียกกองไพ่ที่ถูกทิ้ง และไม่ใช้เล่นต่อแล้ว
Multi-way Pot Pot ที่มีผู้เล่นตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป อยู่ในแฮนด์พร้อมกัน
Mystery Bounty Tournament แบบ Bounty ที่รางวัลจากการ Knockout มีหลายมูลค่าและผู้เล่นไม่รู้ล่วงหน้าว่า Bounty ที่ได้จะมีมูลค่าเท่าไร โดยมูลค่าจะถูกสุ่ม หรือเปิดเผยตามระบบของการแข่งขัน
N
Nit ศัพท์สแลงสำหรับผู้เล่น ที่เล่น Tight มาก และเลือกเข้าเล่นไพ่ค่อนข้างน้อย
No-Limit (NL) รูปแบบการเดิมพันที่ผู้เล่น สามารถ Bet หรือ Raise ได้สูงสุด ถึงจำนวนชิปทั้งหมดที่ตัวเองมี
NLH — No-Limit Hold’em คำย่อของ No-Limit Texas Hold’em
Nuts ไพ่ที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ จาก Board ในขณะนั้น Nuts สามารถเปลี่ยนได้ เมื่อ Turn หรือ River เปิดไพ่ใบใหม่
O
Offsuit ไพ่ในมือ 2 ใบ ที่เป็น คนละดอก ตัวอย่าง: A♠ K♦ เรียกว่า A-K offsuit หรือเขียนย่อว่า AKo
Open Raise การเป็นผู้เล่นคนแรกที่ Raise ก่อน Flop หลังผู้เล่นก่อนหน้าทั้งหมด Fold
Open-Ended Straight Draw (OESD) การลุ้น Straight ที่สามารถได้ไพ่ช่วยจากปลายทั้งสองด้าน ตัวอย่าง: มี 6-7-8-9 หากได้ 5 หรือ 10 ก็จะครบ Straight
Out / Outs ไพ่ที่ยังไม่ออก และหากเปิดออกมาแล้ว จะช่วยพัฒนา Hand ของเราให้แข็งแรงขึ้น เช่น ถ้ามีโพดำ 4 ใบ โพดำที่ยังเหลืออยู่ในสำรับ อาจเป็น Outs สำหรับทำ Flush อย่างไรก็ตาม Out ไม่ได้หมายความว่า ได้ไพ่ใบนั้นแล้วจะชนะ 100%
Out of Position (OOP) การอยู่ในตำแหน่ง ที่ต้องตัดสินใจก่อนคู่แข่ง ในรอบหลัง Flop
Overlay เงินส่วนต่างที่เกิดขึ้น เมื่อเงินที่เข้าสู่ Prize Pool ยังไม่ถึงยอด GTD ที่ผู้จัดการันตีไว้ เช่น รายการ GTD 10 ล้านบาท แต่สร้างเงินรางวัลจาก Entries ได้เพียง 9 ล้านบาท ส่วนต่าง 1 ล้านบาทคือ Overlay ที่ต้องถูกเติมให้ถึงยอด Guarantee ตามเงื่อนไขของรายการ
Overbet การ Bet ด้วยจำนวนชิป ที่มากกว่าขนาดของ Pot ก่อน Bet
Overpair คู่ไพ่ในมือ ที่มีหน้าไพ่สูงกว่าไพ่ทุกใบบน Board ตัวอย่าง: ถือ Q-Q ขณะที่ Flop เป็น J-7-2
P
Pair / One Pair ไพ่สองใบที่มีหน้าเดียวกัน เช่น A-A หรือ 8-8
Pay Jump จุดที่เงินรางวัลเพิ่มขึ้น เมื่อผู้เล่นขยับขึ้นสู่อันดับถัดไป ในโครงสร้าง Payout
Payout เงินรางวัลที่จ่ายให้แต่ละอันดับ หรือใช้เรียกตารางเงินรางวัล ของ Tournament
PKO — Progressive Knockout Tournament แบบ Bounty ที่ค่าหัวของผู้เล่นสามารถเพิ่มขึ้นได้ เมื่อผู้เล่นคนนั้น Knockout คู่แข่ง วิธีแบ่งเงิน Bounty และจำนวนที่เพิ่มเข้า Bounty ของตัวเอง ขึ้นอยู่กับกติกาของแต่ละรายการ
Pocket Pair ไพ่ในมือ 2 ใบ ที่มีหน้าเดียวกัน เช่น 8♠ 8♦
Position ตำแหน่งของผู้เล่นบนโต๊ะ ซึ่งมีผลกับลำดับว่าใครต้องตัดสินใจก่อนหรือหลัง
Pot ชิปทั้งหมดที่ถูกเดิมพันเข้ามาแล้ว ในแฮนด์นั้น
Pot-Limit รูปแบบการเดิมพัน ที่จำนวนสูงสุดที่สามารถ Bet หรือ Raise ได้ ถูกจำกัดตามขนาดของ Pot
Pot Odds การเปรียบเทียบ จำนวนชิปที่เราต้องจ่ายเพื่อ Call กับขนาดของ Pot ที่มีโอกาสชนะ ใช้ช่วยประเมินว่า การ Call มีความคุ้มค่าหรือไม่
PLO — Pot-Limit Omaha คำย่อของ Pot-Limit Omaha เป็นเกม Omaha ที่ใช้โครงสร้างการเดิมพันแบบ Pot-Limit
Preflop ช่วงหลังผู้เล่นได้รับไพ่ในมือแล้ว แต่ยังไม่มี Flop เปิด
Prize Pool เงินรางวัลรวมของ Tournament ที่ถูกนำไปแบ่งตามโครงสร้างรางวัลของรายการ ใน Tournament แบบ Bounty ผู้จัดอาจแสดงเงินรางวัลตามอันดับ และส่วน Bounty แยกกัน หรือรวมในตัวเลขบางประเภท จึงควรดูรายละเอียดของแต่ละรายการ
Q
Quads / Four of a Kind ไพ่หน้าเดียวกัน 4 ใบ เช่น 9-9-9-9
R
Raise การเพิ่มเดิมพัน ให้สูงกว่า Bet หรือ Raise ที่มีอยู่ก่อนหน้า
Rake ค่าธรรมเนียมที่ Poker Room หรือผู้ให้บริการเก็บจาก Cash Game วิธีคิด Rake แตกต่างกันตามกติกาของแต่ละเกม
Range กลุ่มไพ่หลายแบบ ที่เราคาดว่าผู้เล่นคนหนึ่งอาจถืออยู่ จาก Action ที่เขาเล่นมา แทนที่จะคิดว่า “เขาต้องถือ A-K แน่ ๆ” การคิดแบบ Range คือ “เขาอาจมี A-K, A-Q, คู่ใหญ่ หรือไพ่บางส่วนที่ใช้ Bluff”
Rank หน้าไพ่หรือค่าของไพ่ เช่น A, K, Q, J, 10, 9, 8 คือ Rank ของไพ่ ไม่ใช่ดอกไพ่
Re-entry หลังตกรอบ ผู้เล่นสามารถจ่ายค่าเข้าใหม่ และกลับเข้าร่วม Tournament เป็น Entry ใหม่ได้ ต้องเป็นรายการที่เปิด Re-entry และยังอยู่ในช่วงเวลาที่อนุญาต
Rebuy การซื้อชิปเพิ่ม ตามกติกาของ Rebuy Tournament Rebuy และ Re-entry ไม่ได้มีความหมายเหมือนกันทุกกรณี จึงควรดู Tournament Rules ของรายการนั้น
Reg / Regular ผู้เล่นที่เล่นเกม Stakes หรือ Tournament ประเภทนั้นเป็นประจำ
River ไพ่กลางใบที่ 5 และเป็นใบสุดท้ายใน Texas Hold’em
Royal Flush Straight Flush ที่สูงที่สุด ประกอบด้วย 10-J-Q-K-A และไพ่ทั้ง 5 ใบต้องเป็นดอกเดียวกัน
S
Satellite Tournament ที่รางวัลเป็น Seat, Ticket หรือสิทธิ์ สำหรับเข้าแข่งขัน Tournament อื่น
Semi-Bluff การ Bet หรือ Raise ทั้งที่ตอนนี้ไพ่อาจยังไม่ดีที่สุด แต่ยังมีโอกาสได้ไพ่ช่วย และพัฒนาเป็น Hand ที่แข็งแรงในภายหลัง
Set ตองที่เกิดจาก Pocket Pair ในมือ และมีไพ่หน้าเดียวกันอีกหนึ่งใบบน Board ถือ 8♠ 8♦ และ Flop เปิด 8♣ K♥ 2♠ ผู้เล่นมี Set of Eights
Short Stack ผู้เล่นที่มีชิปค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับ Blind หรือผู้เล่นคนอื่นใน Tournament
Shot Clock ระบบจับเวลาที่กำหนดว่า ผู้เล่นมีเวลาตัดสินใจแต่ละครั้งนานเท่าไร พบได้ใน Live Tournament บางรายการ
Shove ศัพท์ที่ใช้แทนการ All-in มีความหมายใกล้กับคำว่า Jam
Showdown ช่วงที่ต้องเปิดหรือเปรียบเทียบไพ่ เพื่อหาผู้ชนะ เมื่อยังมีผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคนเหลืออยู่ หากผู้เล่น All-in กันก่อน River ไพ่กลางที่เหลือจะถูกเปิดจนครบ แล้วจึงนำ Hand มาเปรียบเทียบกัน
Side Pot Pot เพิ่มเติม ที่เกิดขึ้นเมื่อผู้เล่น All-in มีจำนวนชิปไม่เท่ากัน ผู้เล่นที่ All-in ด้วยชิปน้อยกว่า จะมีสิทธิ์เฉพาะ Pot ตามจำนวนชิปที่ตัวเองใส่ไว้
Small Blind (SB) ชิปบังคับ ที่ผู้เล่นตำแหน่ง Small Blind ต้องวางก่อนเริ่มแฮนด์
Snap Call การ Call อย่างรวดเร็ว แทบจะทันทีโดยใช้เวลาคิดน้อยมาก
Stack จำนวนชิปที่ผู้เล่นยังมีอยู่ และสามารถนำมาใช้เล่นได้
Straight ไพ่ 5 ใบ ที่หน้าไพ่เรียงต่อกัน เช่น 5-6-7-8-9 ไพ่ไม่จำเป็นต้องเป็นดอกเดียวกัน
Straight Flush ไพ่ 5 ใบ ที่หน้าไพ่เรียงต่อกัน และเป็นดอกเดียวกันทั้งหมด เช่น 5♠ 6♠ 7♠ 8♠ 9♠
Straddle Blind เพิ่มเติม ที่วางก่อนแจกไพ่ พบได้บ่อยใน Live Cash Game ขนาดของ Straddle ตำแหน่งที่สามารถวางได้ และลำดับ Action ขึ้นอยู่กับกติกาของแต่ละสถานที่
Street คำที่ใช้เรียกแต่ละช่วงของการเล่น เช่น Preflop, Flop, Turn และ River
Suit ดอกของไพ่ มีทั้งหมด 4 ดอก คือ ♠ โพดำ, ♥ โพแดง, ♦ ข้าวหลามตัด และ ♣ ดอกจิก
Suited ไพ่ในมือ 2 ใบ ที่เป็น ดอกเดียวกัน เช่น A♠ K♠ เรียกว่า A-K suited หรือเขียนย่อว่า AKs
Suited Connector ไพ่ในมือ 2 ใบ ที่เป็นดอกเดียวกัน และหน้าไพ่เรียงติดกัน เช่น 8♠ 9♠
T
Tank การใช้เวลาคิดนาน ก่อนตัดสินใจว่าจะ Check, Call, Bet, Raise หรือ Fold
Tell พฤติกรรมหรือท่าทาง ที่อาจให้ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับไพ่ หรือการตัดสินใจของคู่แข่ง คำนี้พบได้บ่อยใน Live Poker
Three of a Kind ไพ่หน้าเดียวกัน 3 ใบ ใน Texas Hold’em สามารถเกิดได้ทั้งแบบ Set และ Trips
Tilt ภาวะที่อารมณ์ เช่น ความหงุดหงิดหรือความโมโห เริ่มส่งผลต่อคุณภาพการตัดสินใจ
Top Pair Pair ที่เกิดจากไพ่ในมือของเรา จับคู่กับไพ่ที่มีหน้าสูงที่สุดบน Board ถือ A-K บน Flop A-9-4 ผู้เล่นมี Top Pair คือ Pair of Aces
Tournament รูปแบบการแข่งขัน ที่ผู้เล่นเริ่มด้วย Tournament Chips ตามโครงสร้างที่กำหนด และแข่งขันเพื่อจัดอันดับ
Tournament Fee ค่าธรรมเนียมของ Tournament ที่ผู้จัดหรือสถานที่เรียกเก็บ ในบางรายการ จะแสดงแยกจากเงินส่วนที่เข้าสู่ Prize Pool
Trips ตองที่ใน Texas Hold’em มักเกิดจาก Board มีไพ่คู่ และเราถือไพ่หน้าเดียวกันอีกหนึ่งใบ ถือ A-K และ Board เปิด A-A-7 ผู้เล่นมี Trips Aces
Turbo Tournament ที่ Blind เพิ่มเร็วกว่ารูปแบบมาตรฐาน จึงทำให้การแข่งขันดำเนินเร็วขึ้น
Turn ไพ่กลางใบที่ 4 ใน Texas Hold’em
Two Pair Hand ที่มี Pair สองชุด เช่น A-A และ 8-8 รวมกันเป็น Two Pair
U
Under the Gun (UTG) ตำแหน่งทางซ้ายของ Big Blind ซึ่งเป็นคนแรกที่ต้องตัดสินใจก่อน Flop ในเกม Hold’em แบบหลายผู้เล่นตามโครงสร้างปกติ
Underpair Pocket Pair ในมือ ที่มีหน้าไพ่ต่ำกว่าไพ่ทุกใบบน Board ถือ 5-5 บน Flop K-J-6 คู่ 5 ถือเป็น Underpair
V
Value Bet การ Bet ด้วยไพ่ที่ค่อนข้างแข็งแรง โดยหวังให้คู่แข่งที่ถือไพ่แย่กว่า Call เป้าหมายคือ ดึงชิปเพิ่มจากไพ่ที่เราคิดว่าเรานำอยู่
Variance ความผันผวนของผลลัพธ์ในระยะสั้น แม้จะตัดสินใจถูกต้อง ผู้เล่นก็ยังสามารถแพ้หลายแฮนด์ติดกันได้ เพราะไพ่มีความไม่แน่นอน
W
Walk สถานการณ์ก่อน Flop ที่ผู้เล่นทุกคน Fold จนเหลือเพียง Big Blind Big Blind จึงชนะ Pot โดยไม่ต้องเล่นต่อ
Wheel Straight ต่ำสุด A-2-3-4-5

ศัพท์ย่อที่เจอบ่อยในข่าวและ Live Report

คำย่อ คำเต็ม ความหมายแบบสั้น
BTN Button ตำแหน่ง Dealer Button
SB Small Blind ตำแหน่ง Small Blind
BB Big Blind ตำแหน่ง Big Blind
BBA Big Blind Ante Ante ที่วางจากตำแหน่ง Big Blind
UTG Under the Gun ตำแหน่งแรกที่เล่นก่อน Flop
HJ Hijack ตำแหน่งก่อน Cutoff
CO Cutoff ตำแหน่งก่อน Button
IP In Position ได้ตัดสินใจหลังคู่แข่งในรอบหลัง Flop
OOP Out of Position ต้องตัดสินใจก่อนคู่แข่งในรอบหลัง Flop
NLH No-Limit Hold’em Texas Hold’em แบบ No-Limit
PLO Pot-Limit Omaha Omaha แบบ Pot-Limit
MTT Multi-Table Tournament Tournament ที่เล่นหลายโต๊ะ
ITM In The Money เข้าอันดับที่ได้รับเงินรางวัล
FT Final Table โต๊ะสุดท้ายของการแข่งขัน
HU Heads-up มีผู้เล่นเหลือ 2 คน
KO Knockout การส่งผู้เล่นตกรอบ
PKO Progressive Knockout Bounty Tournament ที่ค่าหัวเพิ่มขึ้นได้
GTD Guaranteed ยอดเงินรางวัลขั้นต่ำที่ผู้จัดการันตี
EV Expected Value ค่าคาดหวังของการตัดสินใจ
ICM Independent Chip Model แบบจำลองประเมินมูลค่า Stack ใน Tournament
GTO Game Theory Optimal แนวทาง Strategy ตามหลัก Game Theory
OESD Open-Ended Straight Draw ลุ้น Straight ที่ติดได้จากปลายสองด้าน
R/A Rebuy / Add-on ใช้บอกว่ารายการมีระบบ Rebuy หรือ Add-on

คำที่มือใหม่มักสับสน

Suit ≠ Rank
Suit คือดอกไพ่ เช่น ♠ ♥ ♦ ♣ ส่วน Rank คือหน้าไพ่ เช่น A, K, Q, J หรือ 10
Bet ≠ Raise
Bet คือการเริ่มเดิมพันในรอบที่ยังไม่มีใคร Bet ส่วน Raise คือการเพิ่มจาก Bet หรือ Raise ที่มีอยู่แล้ว
Check ≠ Call
Check คือไม่ใส่ชิปเพิ่มและยังเล่นต่อ ส่วน Call คือใส่ชิปให้เท่ากับเดิมพันปัจจุบัน
Set ≠ Trips
ทั้งคู่คือตอง แต่เกิดคนละแบบ Set เกิดจาก Pocket Pair ในมือ แล้วมีไพ่หน้าเดียวกันหนึ่งใบบน Board Trips มักเกิดจาก Board มี Pair แล้วเราถือไพ่หน้าเดียวกันอีกหนึ่งใบ
Suited ≠ Offsuit
Suited คือไพ่ในมือสองใบเป็นดอกเดียวกัน เช่น A♠ K♠ Offsuit คือไพ่ในมือสองใบเป็นคนละดอก เช่น A♠ K♦
Players ≠ Entries เสมอไป
หาก Tournament เปิด Re-entry ผู้เล่นคนเดียวสามารถมีหลาย Entries ได้ ดังนั้น 1,000 Entries ไม่จำเป็นต้องเท่ากับผู้เล่นไม่ซ้ำกัน 1,000 คน
Final Day ≠ Final Table
Final Day คือวันสุดท้ายของการแข่งขัน Final Table คือโต๊ะสุดท้าย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเหลือผู้เล่นพอรวมเป็นโต๊ะเดียว
Prize Pool ≠ GTD
GTD คือยอดขั้นต่ำที่ผู้จัดการันตี Prize Pool คือเงินรางวัลจริงของรายการ ซึ่งสามารถสูงกว่า GTD ได้
Bounty ≠ Payout ตามอันดับ
Bounty คือรางวัลจากการส่งผู้เล่นคนอื่นตกรอบ Payout คือเงินรางวัลที่ได้รับตามอันดับที่จบการแข่งขัน ในเอกสารของบางรายการ เงินทั้งสองส่วนอาจถูกนำไปแสดงรวมภายใต้ Prize Pool จึงควรดูรายละเอียดของรายการประกอบ
Re-entry ≠ Rebuy
Re-entry โดยทั่วไปคือ ตกรอบแล้วกลับเข้ามาเป็น Entry ใหม่ Rebuy คือการซื้อชิปเพิ่ม ตามกติกาของ Rebuy Tournament รายละเอียดจริงอาจต่างกัน จึงควรดู Rules ของแต่ละรายการ
Stack ≠ Pot
Stack คือชิปที่ผู้เล่นยังมีอยู่ Pot คือชิปที่ถูกเดิมพันเข้ามาแล้วในแฮนด์

ถ้าเพิ่งเริ่ม ควรจำคำไหนก่อน?

ถ้าเพิ่งเริ่มดู Poker ยังไม่จำเป็นต้องจำทุกคำในหน้านี้

เริ่มจาก Button, Blind, Hole Cards, Board, Check, Bet, Call, Raise, Fold, All-in, Pot, Stack, Flop, Turn และ River ก่อน ก็เพียงพอที่จะช่วยให้ตาม Action บนโต๊ะได้ง่ายขึ้นมาก

หากเริ่มติดตาม Tournament ค่อยเพิ่มคำอย่าง Entries, Flight, ITM, Bubble, GTD, Prize Pool, Payout, Bounty, Final Day และ Final Table

ส่วนคำอย่าง Range, Equity, Pot Odds, EV, ICM และ GTO จะพบมากขึ้นเมื่อเริ่มศึกษา Strategy ในระดับที่ลึกขึ้น

PokerToday จะทยอยอัปเดต Poker Glossary หน้านี้ เมื่อมีคำศัพท์ที่พบเป็นประจำ ในข่าว การแข่งขัน Live Report และเนื้อหา Poker Strategy

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: GGPoker — Poker Glossary, Poker.org — Poker Glossary, PokerStars — Poker Rules

บทความที่เกี่ยวข้อง