แฮนด์ Cash Game ที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงการตัดสินใจระหว่าง Call กับ Fold กลับกลายเป็นดราม่าที่ถูกพูดถึงในวงการโป๊กเกอร์ หลัง Abby Merk แสดงความไม่พอใจเมื่อ Susan ซึ่งเธอมองว่าเป็นเพื่อน เลือก Call All-in ของเธอ แม้ Abby จะบอกตรง ๆ ว่าไม่ต้องการให้ Call
เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างเกม $1/$2 Cash Game ที่ The Lodge Card Club ก่อนคลิปจากแฮนด์ดังกล่าวจะถูกแชร์ออกไป และนำไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่าเรื่องแพ้หรือชนะว่า เมื่อเป็นเพื่อนกัน ความสัมพันธ์ควรมีผลต่อการตัดสินใจบนโต๊ะโป๊กเกอร์หรือไม่?
ที่ The Lodge
Abby Merk
Susan ชนะทั้งสอง Board
จุดเริ่มต้นของดราม่า: A-5 suited ดัน All-in
แฮนด์เริ่มต้นจาก Susan Limp จาก UTG ก่อน Abby ซึ่งถือ A♦5♦ Raise จาก Hijack ไปที่ $50
Virginia Mouse ที่อยู่ Cutoff และถือ A-8 offsuit 3-Bet เพิ่มเป็น $150 ขณะที่ Susan ซึ่งถือ 6-6 เลือก Call
Action กลับมาที่ Abby ก่อนที่เธอจะตัดสินใจ 4-Bet All-in ด้วยสแต็กราว $820 หวังให้คู่แข่งทั้งสองคน Fold
Virginia ใช้เวลาคิดก่อนทิ้งไพ่ ทำให้เหลือ Susan เป็นผู้เล่นคนสุดท้าย ที่ต้องตัดสินใจว่าจะ Call หรือ Fold
“อยากให้ Call ไหม?” คำถามเดียวที่เปลี่ยนทั้งแฮนด์
ระหว่างกำลังคิด Susan หันไปถาม Abby ว่า “You want action?” หรือประมาณว่า “อยากให้ฉันเล่นด้วยไหม?”
Abby ตอบกลับว่า “Not really” หรือ “ไม่ค่อยอยาก”
แต่แทนที่ Susan จะ Fold เธอกลับตัดสินใจ Call ด้วย Pocket 6
ทั้งคู่ตกลง Run It Twice และสุดท้าย Abby ไม่สามารถชนะได้ทั้งสอง Board ทำให้เสียสแต็กทั้งหมด
Abby ไม่พอใจ เพราะคิดว่า Susan จะ Fold ให้
หลังถูก Call Abby แสดงออกอย่างชัดเจนว่า ไม่พอใจกับการตัดสินใจของ Susan
เธออธิบายบนโต๊ะว่า เมื่อ Susan ถามว่าเธอต้องการ Action หรือไม่ เธอเข้าใจว่าหากตอบว่า “ไม่” Susan จะเลือก Fold
หลังแพ้ทั้งสอง Board Abby มีอาการ Tilt ก่อนถามถึงจำนวนเงินขั้นต่ำ ที่สามารถ Buy-in กลับเข้ามาเล่นได้ และเลือก Rebuy เพียง $60
Abby ชี้แจง: ตอนนั้นคิดใน “Friend Mode”
หลังเหตุการณ์กลายเป็นกระแส Abby ออกมาชี้แจงผ่าน Instagram โดยอธิบายว่าเธอกับ Susan เคยเล่นด้วยกันหลายครั้ง และมีความสัมพันธ์ที่เป็นมิตร
Abby จึงมองว่า ทั้งสองเป็นเพื่อน หรืออย่างน้อยก็สนิทกันมากกว่าผู้เล่นทั่วไป
เมื่อ Susan ถามว่า “อยากให้ Call ไหม?” Abby บอกว่าตัวเองเปลี่ยนจากการคิดในฐานะคู่แข่ง ไปเป็นสิ่งที่เธอเรียกว่า “Friend Mode”
เธอจึงตอบตามตรงว่าไม่อยากให้ Call เพราะเชื่อว่าคำตอบนั้น จะทำให้ Susan เลือก Fold
“I don’t think there was technically anything wrong with what Susan did.”
“ฉันไม่คิดว่าในทางเทคนิค Susan ทำอะไรผิด”
กล่าวหลังกลับไปทบทวนเหตุการณ์
Abby ยอมรับในภายหลังว่า เธอตีความสถานการณ์ผิดเอง และยืนยันว่า Susan ไม่ได้ทำอะไรผิดในทางเทคนิค
เธอยังยอมรับว่า ตัวเอง Tilt หลังเสีย Pot ดังกล่าว ซึ่งเป็นเหตุผลที่เลือก Rebuy เพียง $60 เพราะไม่ต้องการเสี่ยงเงินจำนวนมาก ขณะที่สภาพอารมณ์ยังไม่พร้อม
Susan ย้ำ “ความยุติธรรมของเกมสำคัญกว่า”
Susan ออกมาชี้แจงในภายหลังเช่นกัน โดยยอมรับว่าเธอกับ Abby มีความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรบนโต๊ะจริง
แต่สำหรับ Susan สิ่งที่สำคัญกว่าคือ Game Integrity หรือความยุติธรรมของเกม
“What’s more important is game integrity.”
“สิ่งที่สำคัญกว่าคือความยุติธรรมของเกม”
กล่าวถึงเหตุผลที่ไม่ยอม Fold เพียงเพราะเป็นเพื่อนกับ Abby
มุมมองของ Susan คือ แฮนด์นี้เริ่มต้นจาก Multi-way Pot และมีผู้เล่นคนที่สามใส่เงินเข้ามาใน Pot แล้ว ก่อนจะ Fold หลัง Abby 4-Bet
หาก Susan เลือก Fold เพียงเพราะ Abby เป็นเพื่อน และบอกว่าไม่ต้องการให้ Call ก็อาจกลายเป็นการตัดสินใจ ที่ไม่ได้เกิดจากตัวเกมอย่างแท้จริง
Soft Play คือการที่ผู้เล่น เล่นเบาลงหรือไม่ได้เล่นเต็มตามปกติ เมื่อเจอกับผู้เล่นบางคน เช่น เพื่อนหรือคนรู้จัก โดยอาจหลีกเลี่ยงการ Bet, Raise หรือ Call เพื่อไม่ให้เพื่อนเสียชิปหรือเงิน ซึ่งเมื่อมีผู้เล่นอื่นอยู่ในเกมด้วย อาจสร้างคำถามเรื่องความยุติธรรมของการแข่งขันได้
ดราม่าจากหนึ่งแฮนด์ ลามสู่ประเด็น Soft Play
หลัง Abby ออกมาอธิบายเรื่อง “Friend Mode” ความเห็นในวงการโป๊กเกอร์ แตกออกเป็นหลายมุม
บางส่วนมองว่า Abby เพียงตีความคำถามของ Susan ผิด ก่อนแสดงอารมณ์ออกมาในช่วงที่กำลัง Tilt
ขณะที่อีกส่วนตั้งคำถามว่า หากผู้เล่นคาดหวังให้เพื่อน Fold ให้ เพียงเพราะความสัมพันธ์ส่วนตัว นั่นอาจเข้าใกล้แนวคิดของ Soft Play และสร้างความไม่ยุติธรรมต่อผู้เล่นคนอื่นหรือไม่
Marle Spragg เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ออกมาแสดงความคิดเห็น โดยตั้งคำถามว่า Abby กำลังคาดหวังให้ผู้เล่นที่เป็นมิตรกับเธอ “เล่นเบา” ให้หรือไม่
สุดท้าย Abby และ Susan เคลียร์ใจกันแล้ว
แม้เหตุการณ์บนโต๊ะ จะกลายเป็นประเด็นใหญ่บนโลกออนไลน์ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสอง ไม่ได้จบลงด้วยความขัดแย้ง
Abby ระบุว่า หลังการถ่ายทอดสดจบลง เธอกับ Susan ได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัว และเคลียร์เหตุการณ์ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว
ทั้งคู่ยืนยันว่า ไม่มีความรู้สึกไม่ดีต่อกัน และ Abby เองก็ยอมรับในภายหลังว่า Susan มีสิทธิ์ตัดสินใจ Call ตามสถานการณ์บนโต๊ะ
เพื่อนนอกโต๊ะ แต่คู่แข่งเมื่อชิปอยู่ตรงกลาง?
สิ่งที่ทำให้แฮนด์นี้ถูกพูดถึงต่อเนื่อง อาจไม่ใช่เพราะ A-5 suited เจอกับ Pocket 6 หรือเพราะขนาดของ Pot
แต่เป็นเส้นแบ่งระหว่าง “ความเป็นเพื่อน” กับ “การแข่งขันอย่างยุติธรรม” เมื่อผู้เล่นทุกคนอยู่ในเกมเดียวกัน
Abby ยอมรับว่า เธอตีความสถานการณ์ผิด ขณะที่ Susan เลือกตัดสินใจจากเกมตรงหน้า และไม่ปล่อยให้ความสัมพันธ์ส่วนตัว เป็นเหตุผลในการ Fold
แม้ดราม่าระหว่างทั้งสองจะจบลงแล้ว แต่คำถามเรื่อง Soft Play ที่เกิดขึ้นจากแฮนด์นี้ ยังทำให้วงการโป๊กเกอร์ กลับมาถกเถียงเรื่องเส้นแบ่งระหว่าง “เพื่อน” และ “คู่แข่ง” กันอีกครั้ง
